บทความ

ความสิ้นอาสวะ#สัตว์สองเท้านี้เป็นสัตว์ไม่สะอาด#มีกลิ่นเหม็นเต็มไปด้วยซาก...

รูปภาพ
#สัตว์สองเท้านี้เป็นสัตว์ไม่สะอาด#มีกลิ่นเหม็นเต็มไปด้วยซากศพต่างๆ#ไหลออกทั่วกายต้องบริหารอยู่เป็นนิตย์#เบญจกามคุณอันน่ารื่นรมย์ใจเหล่านี้คือ#รูป#เสียง #กลิ่น#รสและ#โผฏฐัพพะ#ที่มีปรากฏอยู่ในรูปร่างหญิง#ย่อมล่อลวงปุถุชนให้ลำบาก #ปุถุชนเหล่าใดมีจิตกำหนัด#เข้าไปซ่องเสพหญิงเหล่านั้น#ปุถุชนเหล่านั้นย่อมยังสงสารอันน่ากลัวให้เจริญ #ย่อมก่อภพใหม่ขึ้นอีก #ส่วนผู้ใดงดเว้นหญิงเหล่านั้น#เหมือนบุคคลสลัดหัวงูด้วยเท้า#ผู้นั้นเป็นผู้มีสติระงับ#ตัณหาอันซ่านไปในโลกเสียได้ #เราเห็นโทษในกามทั้งหลาย#เห็นการออกบรรพชาโดยความเกษม #สลัดตนจากกามทั้งปวง#บรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว

การบรรลุมรรคผล#ทางนิพพาน#การเกิดอริยมรรค#มรรคจิตผลจิต

รูปภาพ

ผู้ไม่มีร่องรอย#ความบริสุทธิ์หลุดพ้น#คําสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย#คำ...

รูปภาพ
#การบัญญัติจำพวกบุคคลของบุคคลทั้งหลายบุคคลบัญญัติของบุคคลมีเท่าไรผู้พ้นในกาลบางคราวผู้พ้นอย่างเด็ดขาดผู้มีธรรมที่กำเริบได้ผู้มีธรรมที่กำเริบไม่ได้ผู้มีธรรมที่เสื่อมได้ผู้มีธรรมที่เสื่อมไม่ได้#การบรรลุมรรคผลวิมุตติความหลุดพ้นการเกิดอริยมรรค#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆคนที่ถูกเธอว่ากล่าวจะกล่าวโต้ตอบเธอเพราะว่าถ้อยคำที่โต้เถียงกันก่อให้เกิดทุกข์และการทำร้ายโต้ตอบกันจะมาถึงเธอถ้าเธอทำตนให้นิ่งเงียบได้เหมือนกังสดาลที่ตัดขอบปากออกแล้วเธอก็จะบรรลุนิพพานได้การโต้เถียงกันก็จะไม่มีแก่เธอ#เวลาที่จิตจะเกิดมรรคผลนั้นจิตจะรวมเข้าอัปนาสมาธิเพราะฉะนั้นเวลาท่านพูดถึงองค์มรรคสัมมาสมาธิท่านจะพูดด้วยอัปนาสมาธิด้วยฌาน๔พวกเราตอนที่เจริญสติอยู่นี่เรียกว่าเจริญบุพพภาคมรรคเบื้องต้นแห่งมรรคยังไม่เป็นฌานนะเราหัดเจริญสติอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างนี้ถึงวันที่อริยมรรคจะเกิดจิตจะรวมเข้าฌานโดยอัตโนมัตินะ จิตเวลาที่เกิดมรรคเกิดผล จะไม่เกิดในจิตของคนธรรมดา นี่เรียกว่ากามาวจรจิต กามาวจรภูมิ ไม่เป็นอย่างนั้น จะต้องเข้าฌานนะ เมื่อมันรวมเข้าไปแล้วมันจะเห็น สภาวะธรรมนี่เกิดดับสองขณะหรือสามขณะ แต่ละคนไม่เท่ากันนะ ถัดจากนั้นจ...

กรณียเมตตสูตร (สมเด็จพระญาณสังวร)(๙ จบ)(พร้อมบทสวดมนต์+คำแปล)

รูปภาพ
วันทามิ พุทธัง ภะวะปาระติณณัง ตีโลกะเกตุง ติภะเวกะนาถัง โย โลกะเสฏโฐ สะกะลัง กิเลสัง เฉต๎วานะ โพเธสิ ชะนัง อะนันตัง ฯ ยัง นัมมะทายะ นะทิยา ปุลิเน จะ ตีเร ยัง สัจจะพันธะคิริเก สุมะนาจะลัคเค ยัง ตัตถะ โยนะกะปุเร มุนิโน จะ ปาทัง ตัง ปาทะลัญชะนะมะหัง สิระสา นะมามิ ฯ สุวัณณะมาลิเก สุวัณณะปัพพะเต สุมะนะกูเฏ โยนะกะปุเร นัมมะทายะ นะทิยา ปัญจะปาทะวะรัง ฐานัง อะหัง วันทามิ ทูระโต ฯ(กราบ) อิจเจวะมัจจันตะนะมัสสะเนยยัง นะมัสสะมาโน ระตะนัตตะยัง ยัง ปุญญาภิสันทัง วิปุลัง อะลัตถัง ตัสสานุภาเวนะ หะตันตะราโย ฯ อามันตะยามิ โว ภิกขะเว ปะฏิเวทะยามิ โว ภิกขะเว ขะยะวะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถาติ ฯ (กราบ) บทวันทา (นั่งคุกเข่าประนมมือ) อุกาสะ วันทามิ ภันเต เจติยัง สัพพัง สัพพัตถะ ฐาเน สุปะติฏฐิตัง สารีริกะธาตุ มะหาโพธิง พุทธะรูปัง สะกะลัง วะจะสา มะนะสา เจวะ วันทาเมเต ตะถาคะเต สะยะเน อาสะเน ฐาเน คะมะเน จาปิ สัพพะทาฯ ( กราบ ) อุกาสะ วันทามิ ภันเต สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ...